“HandySense” เทคโนโลยีการเกษตรอัจฉริยะ โดย ”คุณตุ้น” นักวิจัยจาก NECTEC เกษตรกร Smart Farmer ทั้งหลายห้ามพลาด!

“HandySense” เทคโนโลยีการเกษตรอัจฉริยะ โดย ”คุณตุ้น” นักวิจัยจาก NECTEC เกษตรกร Smart Farmer ทั้งหลายห้ามพลาด!

เกษตรกรคนไหนที่อยากจะเป็น Smart Farmer หรืออยากจะเริ่มต้นระบบ Smart Farm อาจจะเคยได้ยินชื่อคุณตุ้น หรือ คุณนริชพันธ์ เป็นผลดี มาแล้วบ้าง แต่หากพี่ๆ เกษตรกรยังไม่รู้จักหรือสนใจในเรื่องเทคโนโลยีการเกษตร Kaset Go ได้รวบรวมข้อมูลและแนวคิดดีๆ จากคุณตุ้นเกี่ยวกับนวัตกรรมการเกษตรอัจฉริยะ “HandySense” เทคโนโลยีการเกษตรที่จะทำให้การเกษตรเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น ช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้ การันตีคุณภาพ และราคาจับต้องได้!

.

ทำความรู้จักคุณตุ้น

“คุณตุ้น” นริชพันธ์ เป็นผลดี นักวิจัยด้านระบบเกษตรอัจฉริยะ กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีการเกษตรดิจิทัล สังกัดศูนย์เทคโนโลยีอิเล็คทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ผู้ได้รับรางวัลนักสร้างสรรนวัตกรรมการเกษตร ปี 2562 จากสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ คณะนวัตกรรมการจัดการเกษตร เครือข่ายเกษตร PIM พร้อมรางวัลนักวิจัยผลงานดีเด่น จากผู้บริหารของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ ปี 2562 และได้สร้างเทคโนโลยีการบริหารจัดการระบบเกษตรอย่างแม่นยำ นั่นคือ นวัตกรรมการเกษตรอัจฉริยะ “HandySense” อุปกรณ์ช่วยตรวจวัดและควบคุมสภาพแวดล้อมสำหรับการเพาะปลูก อีกทั้งปัจจุบันคุณตุ้นได้เป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญของชุมชน Kaset Go

.

นิยาม Smart Farmer ของคุณตุ้นคืออะไร?

มุมมองของคุณตุ้นต่อ Smart Farmer คล้ายมองว่าคนเหล่านั้น จริงๆ คือ นักพัฒนา โดยการพัฒนาสิ่งที่ตนมีอยู่แล้ว พร้อมกับใช้เทคโนโลยีการเกษตรเข้ามาช่วย เพื่อทำให้เกิดสิ่งที่ดีขึ้น ทั้งรายได้ที่มากขึ้น ต้นทุนที่น้อยลง และผลผลิตที่ได้คุณภาพมากขึ้น

“สำหรับผม Smart Farmer คือ เกษตรกรที่มีแนวความคิดในการพัฒนาสิ่งที่มีอยู่เดิมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยใช้เทคโนโลยีการเกษตรและนวัตกรรมการเกษตรเข้ามาช่วย ที่แน่ๆ คือ ต้องทำให้เกิดรายได้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนลดน้อยลง และทำให้ผลผลิตมีคุณภาพสูงขึ้น ตรงตามความต้องการของตลาด”

โดยคุณตุ้นได้เอ่ยถึง Smart Farmer ในปัจจุบัน ที่เกษตรกรนำเทคโนโลยีระบบเกษตรอัจฉริยะ ไปติดตั้งในโรงเรือนเกษตรของตนเอง โดยใช้ระบบการควบคุมอัตโนมัติที่สามารถควบคุมการให้น้ำ ให้ปุ๋ย อย่างแม่นยำตามความต้องการของพืชได้ ส่งผลให้เกษตรกรเหล่านั้นสามารถเพิ่มรายได้โดยเฉลี่ยประมาณ 20% จากการลดต้นทุน สามารถเพิ่มผลผลิตได้ ใช้แรงงานลดน้อยลงกว่า 50% อีกทั้งเวลาในการทำงานก็ลดลงไปอีก 30%

“แต่ที่ผมกล่าวไปข้างต้นเป็นตัวอย่าง Smart Farmer ที่พัฒนาด้านกระบวนการเพาะปลูกนะครับ แต่อาจจะมี Smart Farmer ที่พัฒนาเรื่องอื่นๆ ด้วยเช่นกัน เช่น พัฒนามูลค่าผลิตภัณฑ์ หรือปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ (Package) หรือพัฒนาในเรื่องการหาช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ๆ หรือการขายสินค้าเกษตรผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าเกษตรกรจะพัฒนาในรูปแบบไหนที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ในมุมมองของผมคนเหล่านั้นคือ Smart Farmer ครับ”

.

เทคโนโลยีการเกษตรจำเป็นไหมในปัจจุบัน แล้วถ้ามีจะดีต่อเกษตรกรอย่างไร?

คุณตุ้นได้เอ่ยถึงที่มาของคำว่า “เกษตรยุค 1.0 – เกษตรยุค 4.0” ไว้ว่าเป็นการปรับเปลี่ยนยุคสมัยของเกษตร โดยการปรับเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีการเกษตรมากขึ้น

“เทคโนโลยีการเกษตรมีความจำเป็นมากๆ จำเป็นมาโดยตลอดครับ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เรียกได้ว่า การนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาใช้ ถือว่าเป็นการปรับเปลี่ยนยุคสมัยของเกษตรเลยครับ ที่เขาเรียกกันว่า “เกษตรยุค 1.0 – เกษตรยุค 4.0” ที่มาของชื่อเรียกนี้ก็เกิดจากการปรับเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีการเกษตรของเกษตรกรนี่แหละครับ”

คุณตุ้นได้ให้แง่คิดไว้ว่า เทคโนโลยีไม่จำเป็นต้องทันสมัยขึ้นเรื่อยๆ แต่มันต้องคุ้มที่จะเปลี่ยนมาใช้มากกว่า พร้อมยกตัวอย่างที่เราเห็นภาพตามได้ชัดเจน

“สำหรับผมเอง ผมไม่ได้มองว่าจะต้องเปลี่ยนเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ทันสมัยขึ้นเรื่อยๆ แต่กลับมองว่า เมื่อเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีการเกษตรแล้ว มันต้องคุ้มค่าที่จะเปลี่ยน ซึ่งสิ่งนี้สำคัญมากครับ ยกตัวอย่างให้เห็นกันชัดเจนเลย คือ เมื่อก่อนรุ่นพ่อเราใช้ควายในการไถนา พอมารุ่นเราใช้รถไถในการไถนา เพราะรถไถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่า ได้ผลผลิตมากกว่า เหนื่อยน้อยกว่า อีกทั้งสะดวกกว่า”

หากพูดถึงเรื่องของเทคโนโลยีการเกษตรแล้ว คุณตุ้นมีความเข้าใจวิถีเกษตรกรไทยต่อเทคโนโลยีการเกษตรเป็นอย่างดี และเข้าใจว่าเกษตรกรไทยคำนึงถึงความคุ้มค่าเป็นหลัก หากจะเปลี่ยนแปลงไปใช้เทคโนโลยีนั้นๆ แล้ว จะต้องมีความคุ้มค่าต่อการลงทุน และสามารถตอบโจทย์ของเกษตรกรได้

“ผมเชื่อว่าเกษตรกรทุกคนยินดีที่จะปรับเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีการเกษตรกัน แต่เขาจะมองถึงความคุ้มค่าในการนำเทคโนโลยีการเกษตรไปใช้มากกว่า ว่าสามารถตอบโจทย์เขาได้มากน้อยแค่ไหน คุ้มกับการนำเทคโนโลยีการเกษตรนั้นมาใช้หรือไม่ ดังนั้นการพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรจึงจำเป็นต้องพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกษตรกรได้นำไปปรับใช้และเกิดความคุ้มค่าสูงสุด”

.

HandySense คืออะไร? ช่วยงานเกษตรได้อย่างไรบ้าง?

มาถึงผลงานชิ้นโบว์แดงของคุณตุ้น นั่นคือ HandySense นวัตกรรมอัจริยะ ที่เป็นอุปกรณ์เซนเซอร์ สามารถช่วยเหลือเกษตรกรในการควบคุมการเพาะปลูก ช่วยเพิ่มคุณภาพการผลิต และลดต้นทุนได้อีกด้วย

“HandySense สั้นๆ เลยนะครับ คือ ระบบเทคโนโลยีการเกษตรอัจฉริยะ IOT SENSOR เป็นอุปกรณ์ช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถควบคุมกระบวนการเพาะปลูกให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น”

โดย “HandySense” จะตรวจวัดสภาพแวดล้อมทางการเกษตร และควบคุมการทำงานต่างๆ ได้อย่างอัตโนมัติ โดยต่างจากการควบคุมทั่วๆ ไป ที่เป็นการให้น้ำโดยการตั้งเวลาเป็นหลัก ซึ่งแม้ว่าจะช่วยในการลดต้นทุนแรงงานลง แต่ไม่สามารถลดการใช้ทรัพยากรลงได้ แต่การใช้ “HandySense” จะช่วยในการควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมตลอดกระบวนการเพาะปลูก โดยจะวัดค่าความเหมาะสมต่างๆ ผ่านเซนเซอร์ แล้วนำข้อมูลทั้งหมดไปสั่งกระบวนการทำงานอัตโนมัติ เช่น การให้น้ำ ให้ปุ๋ย หรือควบคุมความชื้น จากผลงานวิจัยระบบเกษตรอัจฉริยะ “HandySense” นี้ สามารถช่วยลดต้นทุนการใช้ทรัพยากร ลดต้นทุนแรงงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ทำให้เกษตรกรมีรายได้โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นกว่า 15-20%

ระบบการทำงานของ “HandySense” ประกอบไปด้วย เซนเซอร์ ที่วัดสภาพแวดล้อมที่เป็นปัจจัยพื้นฐานของพืช เช่น อุณหภูมิ ความชื้น แสง ความชื้นในดิน และระบบควบคุม เพื่อสนับสนุนการทำงานทั้ง 3 ส่วน คือ ควบคุมการทำงานผ่านเซนเซอร์ ควบคุมการทำงานโดยการใช้ระบบตั้งเวลา และควบคุมการทำงานระยะไกลผ่าน Smart Phone/Internet

นอกจากนี้ Web Application ในการใช้ระบบเทคโนโลยีการเกษตร “HandySense” ถูกออกแบบให้เกษตรกรใช้งานได้ง่ายไม่ยุ่งยาก มีระบบแจ้งเตือนเกษตรกรถึงสภาวะความเหมาะสมของพืชที่ปลูก และสามารถเข้าถึงข้อมูลและควบคุมระบบต่างๆ ได้ผ่านโทรศัพท์ Smart Phone ของคุณ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เราก็สามารถดูแลกระบวนการเพาะปลูกได้

จุดเด่นที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การรองรับการทำงานแบบ offline หรือ ไม่ต้องใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อใช้งาน ซึ่งจุดนี้เป็นคุณสมบัติที่ตอบโจทย์เกษตรกรได้เป็นอย่างดี

.

HandySense เหมาะกับใครหรือธุรกิจแบบไหน?

เทคโนโลยีการเกษตร “HandySense” เหมาะกับ

  1. เกษตรกร
  2. นักพัฒนา Hardware / Software / Application ด้าน IOT
  3. ผู้ประกอบการผลิตอุปกรณ์
  4. ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการเทคโนโลยีการเกษตร / อุปกรณ์ด้านการเกษตร
  5. SI / Start Up ด้าน Smart Farm

เนื่องจาก “HandySense” เป็นเทคโนโลยีการเกษตรแบบเปิด ที่ผู้พัฒนาเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายสามารถเข้ามาศึกษาใช้งาน และสนับสนุนส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ เกษตรกร และผู้สนใจ นำองค์ความรู้ไปผลิต และต่อยอดการพัฒนาให้เหมาะสมกับโรงเรือนเกษตร และงบประมาณที่ตนเองมี โดยจะมีพิมพ์เขียวการผลิต, แผนผัง, การออกแบบติดตั้ง , รายการสินค้าที่ต้องซื้อ, บริษัทที่สั่งซื้อสินค้า และ ข้อมูลการสรุปผล ให้เป็นข้อมูลสาธารณะ ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและนำไปใช้ประโยชน์ได้ โดยไม่มีข้อจำกัด

.

ตัวอย่างฟาร์มสุดเจ๋งที่ติดตั้งเทคโนโลยีการเกษตร “HandySense”

มาดูตัวอย่างฟาร์มที่นำเทคโนโลยีการเกษตร “HandySense” ไปติดตั้ง และประสบความสำเร็จ โดยมีโครงการเด่นๆ เช่น

  • “DTAC ฟาร์ม” มีการติดตั้งระบบ “HandySense Precision Farming” กว่า 30 สถานที่ ให้กับ Young Smart Farmer ที่เป็นเกษตรกรต้นแบบใน 27 จังหวัดทั่วประเทศ
  • “เกษตรอัจฉริยะ เพื่อการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย จังหวัดฉะเชิงเทรา” มีการติดตั้งระบบ “HandySense Precision Farming” กว่า 34 สถานที่ ให้กับเกษตรกรต้นแบบทุกอำเภอในจังหวัดฉะเชิงเทรา
  • “โครงการศึกษาวิจัยเทคโนโลยีระบบเกษตรแม่นยำสูงสำหรับการปลูกเห็ดหลินจือและพัฒนาเกษตรกรรมบนพื้นที่สูง ของมูลนิธิชัยพัฒนา อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่” มีการติดตั้งระบบ “HandySense Precision Farming” กว่า 12 สถานที่

.

สามารถติดต่อใช้งานเทคโนโลยีการเกษตร “HandySense” ได้อย่างไรบ้าง?

เนื่องจากเทคโนโลยีการเกษตร HandySense นี้ เป็นเทคโนโลยีการเกษตรแบบเปิด โดยคุณตุ้นส่งเสริมและสนับสนุนให้ทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการทดลองนำไปใช้ และช่วยเหลือกัน จึงได้สร้างพื้นที่ให้เกษตรกรที่อยากจะลงทะเบียนขอรับพิ มพ์เขียว หรือดูวิดีโอการติดตั้ง โดยใช้ชื่อว่า HandySense Community ที่ปัจจุบันมีเกษตรกรและผู้ประกอบการกว่าหนึ่งพันคน

“ตอนนี้เรามีกลุ่มเฟสบุ๊ค ที่รวบรวมชุมชนเกษตรกรที่ใช้เทคโนโลยีการเกษตร “HandySense” ไว้คอยแลกเปลี่ยน หรือสอบถามปัญหาในการใช้งาน อีกทั้งมีวิดีโอสอนการติดตั้งและวิธีการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในการใช้งานครับ โดยมีชื่อกลุ่มว่า “HandySense Community” https://www.facebook.com/groups/handysense 1 โดยในตอนนี้มีเกษตรกรขอลงทะเบียนรับพิมพ์เขียวไปใช้แล้วมากกว่า 140 ราย”

.

ความฝันการเกษตรไทยในอนาคตของคุณตุ้น

คุณตุ้นมีความฝันว่าสังคมเกษตรในอนาคต เกษตรกรไทยจะลองเปิดใจรับเทคโนโลยีการเกษตรเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิต และคุณตุ้นอยากให้คิดว่าหากโลกปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลง เกษตรกรก็ควรจะมองการเปลี่ยนแปลงนี้ให้เป็นโอกาสที่ดีในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเองต่อไป

“ความฝันของผม คือ ผมอยากเห็นภาพเกษตรกรไทยใช้เทคโนโลยีการเกษตรให้เหมือนสิ่งที่เขาใช้กันเป็นปกติเลยครับ เหมือน Line หรือ Facebook ซึ่งเราต้องสร้างและกระตุ้นสังคมให้เกิดระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์ในเรื่องของการใช้งานเทคโนโลยีการเกษตร โดยที่ในระบบนั้นต้องมีทั้งผู้ผลิตภัณฑ์ ผู้ใช้งาน ผู้ให้บริการ ผู้ติดตั้ง และผู้ส่งเสริมจากทางภาครัฐและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สินเชื่อ”

“ในฐานะผู้พัฒนาเทคโนโลยีการเกษตร ผมอยากให้เกษตรกรไทยเปิดใจมองว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นโอกาสที่ดีนะครับ และทดลองใช้งานดูก่อน โดยอาจจะเริ่มเปลี่ยนจากสิ่งเล็กๆ ก่อนก็ได้ครับ ลองใช้งานและคิดดูว่ามันดีไหม ถ้าดีจึงค่อยเปลี่ยนไปใช้ ควบคู่ไปกับการประเมินว่าอะไรดี หรือมีอะไรที่ยังต้องปรับปรุง ผมจึงยึดหลักการ ใช้งาน-เรียนรู้-ปรับเปลี่ยน-เพิ่มเติม เพื่อพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป”

.

คุณตุ้นยังพูดเสริมความมั่นใจเกษตรกรไทยอีกว่า “จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ผมมั่นใจครับว่า “HandySense” เป็นระบบเทคโนโลยีการเกษตรอัจฉริยะที่ถูกติดตั้งมากที่สุดในประเทศไทยกว่า 150 สถานที่ 40 จังหวัดทั่วไทย” โดยมีความหวังและความฝันอยากจะให้เกษตรกรไทยเปิดใจ และเชื่อมั่นในงานวิจัยเทคโนโลยีการเกษตรชิ้นนี้ เพื่อสร้างสังคมเกษตรอัจฉริยะและร่วมกันพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นต่อไป หากเกษตรกรท่านใดที่อยากจะศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีการเกษตร สามารถดูเพิ่มเติมได้ในบทความจาก Kaset Go ดังนี้

วงการเกษตรกรรมสั่นสะเทือน! เมื่อวงการดิจิทัลร่วมมือพัฒนาเกษตรดิจิทัล! วงการเกษตรกรรมสั่นสะเทือน! เมื่อวงการดิจิทัลร่วมมือพัฒนาเกษตรดิจิทัล!

“อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง” คืออะไร ใช้ในการเกษตรอย่างไร หาคำตอบได้ที่นี่! “อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง” คืออะไร ใช้ในการเกษตรอย่างไร หาคำตอบได้ที่นี่!

ขอขอบคุณ บทสัมภาษณ์และรูปภาพประกอบ จาก คุณตุ้น นริชพันธ์ เป็นผลดี

ที่มา : “HandySense” เทคโนโลยีการเกษตรอัจฉริยะ โดย ”คุณตุ้น” นักวิจัยจาก NECTEC เกษตรกร Smart Farmer ทั้งหลายห้ามพลาด! – Announcement – Kaset Go แอปชุมชนออนไลน์ของเกษตรกร

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *